Russian Orthodox Monastery is consecrated in Thailand

http://faithbookorthodoxy.wordpress.com

FAITHBOOK – ORTHODOXY

Russian Orthodox Monastery is consecrated in Thailand

February 11, 2018

The ceremony of minor consecration of the Holy Assumption Monastery and its opening was held in the Ratchaburi province, Thailand.

The monastery and its church were consecrated by the Russian Orthodox Church representative in Thailand Archimandrite Oleg (Cherepanin). In attendance were Orthodox priests, the officials of the Russian embassy, Thai authorities, Protestant and Catholic communities of the country, and many pilgrims, the official website of the Moscow Patriarchate reported Friday.

“The Orthodox history in Thailand cannot be viewed separately from the Russian Orthodox Church. Now we can evidence the appreciation of and respect to religious and cultural traditions of Thailand shown by Orthodox clergy in their activities,” the secretary of the Parliament Defense Committee Akachai Chintoza said at the ceremony.

He called Father Oleg “a great friend of Thailand” and presented him with a large diamond cross specially made for this occasion as a sign of recognizing his merits to the Thai people.

The construction of Holy Assumption Monastery started in November, 2009 when the Orthodox Church Fund in Thailand purchased the land of 9,000 square meters to construct the church and the Orthodox cemetery.

Currently, the monastery includes a completed church, a chapel, father superior’s quarters, monks’ cells, household premises and a garden. The monastery plans to build a school and a belfry.

Their are currently citizens of Russia, Romania, Thailand and Laos who wish to join the monastery. By the blessing of Patriarch Kirill, the list of brethren will be submitted for the approval of the Moscow Patriarchate department for foreign institutions.

Source:

http://orthochristian.com

http://orthochristian.com/44864.html

ORTHODOX CHRISTIANITY

Advertisements

คัมภีร์ของศาสนาคริสต์

http://heavenonearthorthodoxy.wordpress.com

HEAVEN ON EARTH – ORTHODOXY

คัมภีร์ของศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์และศาสนายูดาย ต่างให้ความเคารพในคัมภีร์ไบเบิ้ล โดยถือว่าเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพระวาจาของพระผู้เป็นเจ้า ตลอดจนหนทางแห่งความรอดจากทุกข์ทั้งปวง ความหมายของ “ไบเบิล” (Bible) คือ “หนังสือหลายเล่ม ชุดหนังสือ” เพราะเป็นความหมายที่ได้มาจากศัพท์ภาษาละตินและภาษากรีก คือ “บีบลีอา” (Biblia) ซึ่งเป็นพหูพจน์ของ “บีบลีออน” (Biblion) แต่ภาษาอังกฤษใช้ไบเบิล (Bible) และการที่เรียกว่าไบเบิลนี้ อาจเป็นเพราะคัมภีร์ไบเบิลประกอบด้วยหนังสือหลายเล่มแล้วนำมารวมเป็นเล่มเดียวกัน ในเล่มเดียวกันนี้ต่อมาแบ่งเป็นสองภาค คือ ภาคพันธสัญญาเดิม (The Old Testament) ซึ่งเขียนเป็นภาษาฮิบรูเกือบทั้งหมด มีบางส่วนที่เขียนเป็นภาษาอารามาอิคและภาษากรีก ไบเบิลในภาคนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับศาสนายูดายและศาสนาคริสต์ จึงเป็นที่ยอมรับของทั้งสองศาสนานี้ว่า มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องสมบูรณ์

1.คัมภีร์เก่า (Old Testament) หรือพันธสัญญาเดิมเป็นบันทึกเรื่องราวก่อนพระเยซูทรงประสูติ

2.คัมภีร์ใหม่ (New Testament) หรือพันธสัญญาใหม่เป็นบันทึกเรื่องราวหลังจากที่พระเยซูทรงประสูติ

ในภาคพันธสัญญาเดิมคริสเตียนออร์โธด็อกซ์นี้ประกอบไปด้วยข้อเขียนต่าง ๆ ทั้งหมด 46 เล่ม (แต่ในคริสต์ศาสนาโปรเตสแตนต์หลายนิกายยอมรับเพียง 39 เล่ม) สำหรับภาคพันธสัญญาใหม่ (The new Testament) เป็นส่วนที่ยอมรับกันในหมู่ชาวคริสต์เท่านั้น ประกอบไปด้วยหนังสือหรือข้อเขียน27 เล่ม ซึ่งเป็นบันทึกประวัติและคำสอนของพระเยซูที่เรียกว่า “พระวรสาร” (The Gospels) มีจำนวน 4 เล่ม หนังสือกิจการอัครธรรมทูต 1 เล่ม จดหมายของบรรดาสาวกถึงคริสตชนในที่ต่าง ๆ 21 เล่ม และหนังสือวิวรณ์ 1 เล่ม

แหล่ง:

http://www.orthodox.or.th

ศาสนจักรออร์โธดอกซ์

การให้อภัยคืออะไร คำตอบจากพระคัมภีร์ ╰⊰¸¸.•¨* What is forgiveness? Bible Answers

http://multilingualholybible.wordpress.com

MULTILINGUAL HOLY BIBLE

การให้อภัยคืออะไร คำตอบจากพระคัมภีร์

What is forgiveness? Bible Answers

การให้อภัย คือ การยกโทษให้คนที่ทำผิด ในพระคัมภีร์ คำภาษากรีกที่แปลว่า “การให้อภัย” มีความหมายตรงตัวว่า “ปล่อยไป” เหมือนเจ้าหนี้ยอมยกหนี้ให้ลูกหนี้ พระเยซูเจ้าทรงใช้การเปรียบเทียบนี้เมื่อพระอง์ทรงสอนบรรดาสานุศิษย์ให้ภาวนาว่า “โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย เหมือนข้าพเจ้าทั้งหลายให้อภัยแก่ผู้อื่น” (ลูกา 11:3-4) เมื่อพระองค์เล่าตัวอย่างเรื่องทาสที่ไม่ยอมยกหนี้ พระองค์ทรงเปรียบเทียบการให้อภัยว่าเหมือนการยกหนี้ (มัทธิว 18:23-35)

เราให้อภัยคนอื่น เมื่อเราไม่ถือโทษและไม่เรียกร้องให้เขามาขอโทษหรือชดใช้ พระคัมภีร์สอนว่า ความรักแบบไม่เห็นแก่ตัวเป็นหัวใจสำคัญของการให้อภัยอย่างแท้จริง เพราะความรัก “ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง” (1โครินธ์ 13:5-7)

การให้อภัยไม่ได้หมายความว่า

• เห็นด้วยกับการกระทำนั้น พระคัมภีร์ตำหนิคนที่เห็นชั่วเป็นดี เพราะเขาคิดว่าไม่เสียหายอะไร หรือเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ (อิสยาห์ 5:20)
• ทำเป็นไม่เห็น พระเจ้าทรงให้อภัยกษัตริย์ดาวิดที่ทำบาปร้ายแรง แต่พระเจ้ามิได้ทำเป็นไม่เห็นแล้วปกป้องดาวิดไม่ให้ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ ที่ตามมา พระเจ้าถึงกับให้มีการบันทึกเรื่องราวของดาวิดไว้เป็นเครื่องเตือนใจเราทุกวันนี้ด้วย (2 ซามูแอล 12:9-13)
ถ้ามีใครทำกับคุณอย่างเลวร้าย แล้วเขาไม่ยอมขอโทษหรือไม่ยอมรับผิด คุณจะทำอย่างไร พระคัมภีร์แนะนำว่า “จงอดกลั้นความโกรธไว้ และระงับความโทโสเสีย” (สดุดี 37:8) แม้คุณไม่ได้มองข้ามความผิดที่เขาทำ แต่คุณไม่จำเป็นต้องโกรธ นอกจากนี้ คุณอาจรู้สึกสบายใจขึ้น เมื่อรู้ว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะทำให้ความเจ็บปวดหรือความทุกข์ที่เราแบกรับอยู่ทุกวันนี้หมดสิ้นไป (วิวรณ์ 21:4)
“ให้อภัย” ในเรื่องที่เราคิดไปเองว่าเป็นความผิดของเขา บางครั้งเราอาจต้องยอมรับว่า ไม่มีเหตุผลที่เราจะโกรธด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่จะยกโทษให้คนที่เราคิดว่าเขาทำผิดต่อเราเลย พระคัมภีร์สอนว่า “อย่าปล่อยให้ใจของเจ้าโกรธเร็ว เพราะความโกรธอยู่ในใจของคนโง่” (ปัญญาจารย์ 7:9)

จะให้อภัยได้อย่างไร

1. จำความหมายของการให้อภัยไว้เสมอ การให้อภัยไม่ได้หมายความว่า คุณยอมให้กับการทำผิดหรือทำเหมือนว่าความผิดนั้นไม่ได้เกิดขึ้น คุณเพียงแต่ยอมให้เรื่องนั้นผ่านไป
2. นึกถึงข้อดีของการให้อภัย การไม่ถือโทษหรือแค้นเคืองช่วยให้คุณมีใจสงบ ไม่ร้อนรุ่ม ไม่เสียสุขภาพ และทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น (สุภาษิต 14:30; มัทธิว 5:9) ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากคุณให้อภัยคนอื่น พระเจ้าก็จะทรงให้อภัยคุณ (มัทธิว 6:14,15)
3. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่มีใครเป็นคนสมบูรณ์แบบ (ยากอบ 3:2) หากเรารู้สึกขอบคุณ เมื่อมีคนยอมยกโทษให้เรา เราก็น่าจะยกโทษให้คนที่ทำผิดต่อเราด้วย (มัทธิว 7:12)
4. เป็นคนมีเหตุผล แม้มีเหตุผลที่จะบ่นได้ แต่เราควรเอาคำแนะนำในพระคัมภีร์มาใช้ “จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน หากมีเรื่องผิดใจกัน ก็จงยกโทษกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยความผิดของท่านอย่างไร ท่านก็จงให้อภัยแก่เขาอย่างนั้นเถิด” (โคโลสี 3:13)
5. ทำทันที ให้อภัยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดีกว่าเก็บความโกรธไว้ในใจ “แม้ท่านจะโกรธ ก็อย่าให้เป็นบาป จงเลิกโกรธก่อนดวงอาทิตย์ตก” (เอเฟซัส 4:26)

ใครคืออัครสาวก / อัครทูต ทั้ง 12 คน ของพระเยซูคริสต์? ╰⊰¸¸.•¨* Who were the 12 Apostles of Christ?

http://saintsofmyheart.wordpress.com

SAINTS OF MY HEART

ใครคืออัครสาวก / อัครทูต ทั้ง 12 คน ของพระเยซูคริสต์?

Who were the 12 Apostles of Christ?

คำว่า “ สาวก” หมายถึง “ผู้เรียนรู้” หรือ “ผู้ติดตาม” คำว่า “อัครทูต” หมายถึง “ผู้ที่ถูกส่งออกไป” เมื่อครั้งที่พระเยซูคริสต์ยังทรงอยู่ในโลกนี้ เราได้เรียกทั้ง 12 คนนั้นว่า อัครสาวก ซึ่งทั้ง 12 คนนั้นได้ติดตามและได้เรียนรู้จากพระเยซูทั้งยังได้รับการสอนจากพระองค์ แต่ภายหลังจากที่พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์แล้ว ทรงได้ส่งอัครสาวกให้ออกไปเป็นพยานถึงเรื่องราวของพระองค์ (มัทธิว 28:18-20 ; กิจการของอัครทูต 1:8) พวกเค้าจึงได้ถูกเรียกว่าเป็นอัครทูตทั้ง 12 คน อย่างไรก็ตามหากตอนนี้พระเยซูยังทรงอยู่ในโลกนี้เราก็สามารถใช้คำว่า อัครสาวก และ อัครทูต สลับสับเปลี่ยนกันได้

ซึ่งความหมายก็คือ การที่พระองค์ทรงสั่งสอนและส่งพวกเค้าออกไป ดั่งเดิมนั้นคำว่า อัครสาวก / อัครทูต ทั้ง 12 ของพระเยซูคริสต์ปรากฎอยู่ใน มัทธิว 10: 2-4 “อัครทูตสิบสองคนนั้นมีชื่อดังนี้ คนแรกชื่อซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องของเขา ยากอบบุตรเศเบดี กับยอห์นน้องของเขา ฟีลิป และบารโธโลมิว โธมัส และมัทธิวคนเก็บภาษี ยากอบบุตรอัลเฟอัสและเลบเบอัส ผู้ที่มีชื่ออีกว่าธัดเดอัส ซีโมนพรรคชาตินิยม และยูดาส อิสคาริโอท ที่ได้อายัดพระองค์ไว้นั้น” และยังมีพระคำภีร์ที่ได้กล่าวถึง อัครสาวก/อัครทูต ทั้ง 12 คนอีก ซึ่งอยู่ใน มาระโก 3:16-19 และ ลูกา 6:13-16 ถ้าเปรียบเทียบทั้ง 3 ข้อนี้จะเห็นว่ามีบางจุดที่ชื่อจะแตกต่างกัน ดูเหมือนว่า ธัดเดอัสจะรู้จักกันในนามของ “ยูดาสบุตรของยากอบ” (ลูกา 6:16) แล เลบเบอัสด้วย(มัทธิว 10:3) ซีโมนก็ยังถูกเรียกว่าซีโมนพรรคชาตินิยมด้วย (มาระโก 3:18) และยูดาส อิสคาริโอทผู้ที่อายัดพระเยซูได้ถูกแทนที่ในหมู่อัครทูตทั้ง12คนโดยมัทธิว (กิจการของอัครทูต 1:20-26) ครูสอนพระคำภีร์บางคนได้ให้ภาพของมัทธิวไว้เหมือนว่าเค้าเป็นสมาชิกที่ “ไม่สมบูรณ์” ของอัครทูตทั้ง 12 คน และเชื่อว่าคนที่พระเจ้าได้ทรงเลือกให้มาแทนที่ยูดาส อิสคาริโอทนั้นคืออัครทูตเปาโลนั้นเอง

อัครสาวก / อัครทูตทั้ง 12 คนนั้นเป็นบุคคลธรรมดาที่กพระเจ้าทรงใช้พวกเค้าในงานที่ ไม่ธรรมดา ใน 12 คนนั้นบ้างก็เป็นชาวประมง, คนเก็บภาษี และเป็นผู้ที่ต่อต้าน พระกิตติคุณได้บันทึกถึงเรื่องราวของการต่อสู้, การล้มลง และการลังเลสงสัยของทั้ง 12 คน ที่ติดตามพระเยซู แต่หลังจากที่พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์และเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ องค์กพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงให้อัครสาวก / อัครทูต เหล่านั้นได้มีกำลังและเป็นคนของพระองค์อย่างแท้จริง และยังเป็น “พวกคว่ำโลกมนุษย์” (กิจการของอัครทูต 17:6) มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปนะหรือ? อัครสาวก / อัครทูต ทั้ง 12 คนนั้นได้ “อยู่กับพระเยซู” นั้นเอง (กิจการของอัครทูต 4:13) และเราก็สามารถที่จะอยู่กับพระองค์ได้ด้วยเช่นเดียวกัน!

ลิงค์: ศาสนจักรออร์โธดอกซ์ (Orthodox Church in Thailand)

http://www.orthodox.or.th/index.php?lang=th

ศาสนจักรออร์โธดอกซ์

(Orthodox Church in Thailand)

Link: Orthodox Church in Thailand

http://www.orthodox.or.th/index.php?lang=en

Orthodox Church in Thailand

Ссылка на сайт: Православной Церкви в Таиланде ╰⊰¸¸.•¨* Russian

http://www.orthodox.or.th/index.php?lang=ru

Православной Церкви в Таиланде