หรือศีลสารภาพบาป (Confession)

http://holyconfessionofyourheart.wordpress.com

HOLY CONFESSION OF YOUR HEART

หรือศีลสารภาพบาป (Confession)

พิธีสารภาพบาปนี้ ได้แบบอย่างมาจากพระจริยวัตรของพระเยซูเมื่อครั้งไปรักษาโรคให้แก่คนเป็นโรคเรื้อน และคนตาบอด คนเหล่านี้เมื่อได้รับการอภัยโทษจากพระเยซูแล้วก็หายจากโรคร้ายและคนตาบอดได้กลายเป็นคนตาดี การรักษาโรคของพระเยซู ก็คือ การใช้อำนาจจิตที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตาอันยิ่งใหญ่แก่คนทุกข์ยากเหล่านั้น เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่มีบาปอันกระทำไว้แล้ว จึงถูกพระเจ้าลงโทษ และพระเยซูซึ่งเป็นพระเจ้าตามความเชื่อของชาวคริสต์สามารถยกบาปให้ได้เพียงกล่าวแก่คนบาปเหล่านั้นว่า “บาปของเจ้า เราได้ยกโทษให้แล้ว” นับแต่นั้นมาการสารภาพบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญยิ่ง

ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีศีลสารภาพบาปนี้อยู่ที่ ชาวคริสต์เตียนจะสารภาพ(กล่าวเปิดเผยออกมาเป็นคำพูด)ความในใจที่เป็นบาปของตัวเอง ต่อพระผู้เป็นเจ้าโดยมีบาทหลวงชาวคริสต์เตียนเป็นสื่อของพระเยซูคริสต์เจ้า เป็นผู้รับบาปและให้อภัยบาปแก่คนผู้นั้น

พระเยซูคริสต์เจ้าได้ให้อำนาจในการอภัยในบาปนี้ของพระองค์แก่เหล่าพระสาวกของพระองค์ และอำนาจในการให้อภัยในบาปของพวกท่านนี้เอง ก็ได้ส่งผ่านทอดมายังเหล่าบาทหลวงชาวคริสต์เตียนในปัจจุบันนี้ “ครั้นพระองค์ตรัสดังนั้นแล้วจึงทรงระบายลมหายใจออกเหนือเขา และตรัสกับเขาว่า จงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด ถ้าท่านจะให้อภัยยกความผิดบาปของผู้ใด ความผิดบาปของผู้นั้นจะถูกยกให้อภัยเสีย และถ้าท่านจะให้ความผิดบาปติดอยู่กับผู้ใด ความผิดบาปจะติดอยู่กับผู้นั้น” (ยน.20:22-23)

ยอห์นผู้ให้ศีลล้างบาป ได้ปรากฏตัวในถิ่นทุรกันดาร ท่านได้ประกาศเทศนาให้ผู้คนกลับใจเสียใหม่ และให้รับศีลล้างบาป เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปเสีย คนทั่วแคว้นยูเดียกับชาวกรุงเยรูซาเล็มได้พากันออกไปหายอห์นสารภาพความผิดบาปของตน และได้รับศีลล้างบาปจากท่านในแม่น้ำจอร์แดน ท่านได้ตระเตรียมการณ์และผู้คนต่อการรับการเสด็จมาของพระผู้ไถ่ และได้เทศนาไว้ว่า “ภายหลังเราจะมีพระองค์ผู้หนึ่งเสด็จมาทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะน้อมตัวลงแก้สายฉลองพระบาทให้พระองค์ เราให้เจ้าทั้งหลายรับศีลล้างบาปด้วยน้ำ แต่พระองค์นั้นจะให้เจ้าทั้งหลายได้รับศีลล้างบาปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์” (มก.1:7-8)

เหล่านักบุญอัครทูตของพระเยซู ได้รับอำนาจในการอภัยบาปนี้จากพระเยซูคริสต์เจ้า และได้ประกอบพิธีศีลสารภาพบาปไป “มีหลายคนที่เชื่อแล้วได้มาสารภาพและเปิดเผยว่า เขาได้ใช้เวทมนต์” (กจก.19:18)ในการรับการยกโทษในความผิดบาป(การให้อภัยในบาป) จากการสารภาพบาปของตนนั้น จำเป็นจะต้องมีการสำนึกและให้อภัยต่อทุกๆคนที่ทำความขุ่นเคืองแก่เรา ที่ออกมาจากใจจริง มีความแน่วแน่ที่จะละจากกิเลสและตัณหาแห่งบาปจริงๆ โดยสารภาพออกมาเป็นคำพูดเกี่ยวกับบาปที่ได้กระทำหรือคิดไปนั้น มีความตั้งมั่นที่จะปรับปรุงตนและประพฤติตนดีอยู่ในพระบัญญัติและมีความเชื่อในพระเยซูเจ้า และหวังใจในพระเมตตาของพระองค์อยู่ตลอดชั่วชีวิต

ในสถานการณ์ที่พิเศษจริงๆที่ผู้สำนึกบางคนนั้นอาจจะต้องได้รับ “อีปีทิมีย่า” (คำภาษากรีกซึ่งแปลว่า การไม่อนุญาต หรือ การลงโทษทางศาสนา) ที่จะต้องแก้ตัวเองแทนบาปเพื่อไถ่โทษนั้น และจะต้องมีการประพฤติดีใน การแก้บาปเพื่อได้รับการยกโทษจากพระเจ้านั้น การแก้บาปนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบาปที่ตัวเองได้กระทำไป

อนึ่ง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่อาจสารภาพบาปเป็นส่วนตัวได้ เช่น คนไข้ พูดไม่ได้ เครื่องบินกำลังตก เรือกำลังล่ม หรือกำลังติดอยู่ในตึกที่ไฟไหม้ บาทหลวงจะอภัยบาปให้ ทันที คนที่อยู่ในสภาพจำเป็นนี้หากมีบาปแม้แต่นิดเดียวก็ได้รับการอภัยบาปทันทีโดยไม่ต้องมีพิธีอะไรเพิ่ม แต่ถ้ารอดชีวิตไปได้และมีโอกาสสารภาพบาปได้เมื่อใด จะต้องสารภาพทันทีกับบาทหลวงรูปใดก็ได้ทั้งนั้น

แหล่ง:

http://www.orthodox.or.th

ศาสนจักรออร์โธดอกซ์

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s