พิธีกรรมแห่งศีลอุปสมบท (Ordination)

http://faithbookorthodoxy.wordpress.com

FAITHBOOK – ORTHODOXY

พิธีกรรมแห่งศีลอุปสมบท (Ordination)

แหล่ง:

http://www.orthodox.or.th

ศาสนจักรออร์โธดอกซ์

ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมศีลอุปสมบทนี้ คือการคัดเลือกบุคคลอย่างถูกต้องในตำแหน่งทางสงฆ์ เช่น ผู้หัวหน้าพระหรือบิชอป(พระสังฆราช) พระผู้ประกอบพิธีทางศาสนา(บาทหลวง) และพระผู้ช่วยประกอบพิธีทางศาสนา(เดียคอน) บุคลเหล่านี้ จะต้องผ่านพิธีอุปสมบทแต่งตั้งโดยการวางมือของหัวหน้าสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่กว่าบนศีรษะของผู้ที่ได้รับการอุปสมบทและในระหว่างนั้นจะมีการอ่านบดสวดมนตร์เพื่อเรียกขอพระพรจากพระจิตเจ้าให้ลงมาสถิตในตัวผู้นั้น เพื่อที่ผู้นั้นสามารถที่จะรับใช้ต่อการประกอบพิธีในคริสตจักรของพระเจ้าได้ต่อไปโดยมีพระจิตเจ้าเป็นผู้นำทาง

พิธีการอุปสมบทนี้จะกระทำขึ้นบนตัวของบุคคลที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกมาแล้ว หรือว่าผู้ที่ได้รับการอุปสมบทมาแล้วจากทางคริสตจักร และได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นทางสงฆ์ ก็จะมีการประกอบพิธีอุปสมบทเลื่อนขั้นของทางคริสตจักรได้อีก ในลำดับขั้นของตำแหน่งสงฆ์หลักๆแล้วมีด้วยกันสามลำดับขั้นคือ พระผู้ช่วยในการประกอบพิธี(เดียคอน) พระผู้ประกอบพิธี (บาทหลวง) และหัวหน้าพระหรือบิชอป(พระสังฆราช)

ในการประกอบพิธีอุปสมบทแต่งตั้งเป็นพระผู้ช่วยนั้น คือการให้ได้รับพระพรจากพระจิตเจ้าให้สามารถเป็นพระผู้ช่วยในพิธีกรรมทางศาสนาของคริสตจักรต่อไป

ในการประกอบพิธีกรรมอุปสมบทวางมือบนศีรษะแต่งตั้งเป็นพระผู้ประกอบพิธีทางศาสนานั้น คือการให้ได้รับพระพรจากพระจิตเจ้า ให้สามารถเป็นพระ(บาทหลวง)ในการประกอบพิธีทางศาสนาของคริสตจักรได้ต่อไป ทั้งนี้ตัวของผู้เข้ารับการอุปสมบทเป็นบาทหลวงนั้นจะต้องผ่านการอุปสมบทเป็นพระผู้ช่วยมาก่อน

ในการประกอบพิธีกรรมแต่งตั้งสังฆราช(บิชอป) ผู้ที่ได้ผ่านพิธีกรรมแต่งตั้งเป็นสังฆราชนี้คือผู้ที่ได้รับการวางมือบนศีรษะจากสังฆราชราชชั้นผู้ใหญ่ตั้งแต่สามท่านขึ้นไปเป็นอย่างน้อย เพื่อสวดมนตร์ขอพรจากพระจิตเจ้าให้ลงมาสถิตกับตัวของผู้นั้น และหลังจากได้รับการแต่งตั้งแล้ว บุคคลผู้นี้สามารถที่จะประกอบพิธีกรรมอุปสมบทวางมือบนศีรษะแก่พระผู้ช่วย และพระผู้ประกอบพิธีทางศาสนาได้ต่อไป ตัวของผู้ที่ได้รับการอุปสมบทวางมือบนศีรษะแต่งตั้งเป็นสังฆราชนั้นจะต้องไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน และจะต้องผ่านการบวชเป็นพระที่ถือศีลพรหมจรรย์มาก่อน

อธิบายเพิ่มเติม: ผู้ที่จะได้เข้ารับพิธีกรรมการอุปสมบทวางมือบนศีรษะนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทด้วยกันคือ

1.ผู้ที่เข้ารับการสมรสเป็นครอบครัวจากทางคริสตจักรแล้ว

2 ผู้ที่เข้ารับการบวชเป็นพระที่ถือศีลพรหมจรรย์จากทางคริสตจักรแล้ว

ในพิธีกรรมการอุปสมบทการวางมือบนศีรษะนี้เป็นการสถาปนาแห่งพระผู้เป็นเจ้า โดยนักบุญสาวกเปาโลได้เป็นพยานในการยืนยันแก่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าว่า “ของประทานของพระองค์ ก็คือให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผยพระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น” (อฟ.4:11-12)

เหล่าพระสาวกขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า ที่ได้รับการสถาปนาแต่งตั้งจากพระจิตเจ้า ได้ประกอบพิธีอุปสมบทนี้แก่พระผู้ช่วยประกอบพิธี พระผู้ประกอบพิธี และสังฆราช โดยการวางมือบนศีรษะของบุคคลเหล่านั้นและอ่านบทสวดมนตร์เพื่อขอพรแห่งพระจิตเจ้าลงมาสถิตกับบุคคลผู้นั้น เพื่อให้ผู้นั้นสามารถประกอบพิธีต่อพระผู้เป็นเจ้าในคริสตจักรได้ต่อไป

เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ที่จะมารับการอุปสมบทวางมือบนศีรษะนี้ นักบุญสาวกผู้แรกที่ได้รับการอุปสมบทวางมือบนศีรษะนั้น ได้กล่าวไว้ในหนังสือของ กิจการของอัครทูตว่า “คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มายืนต่อหน้าพวกอัครทูตแล้วพวกอัครทูตก็อธิษฐานต่อพระเจ้าและวางมือบนศีรษะของพวกเขา” (กจ.6:6)

เกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมอุปสมบทวางมือบนศีรษะแต่งตั้งพระผู้ประกอบพิธีในคริสตจักรนั้นมีการกล่าวไว้ว่า “ท่านทั้งสอง(ท่านทูตเปาโลและท่านทูตวารนาวา)ได้เลือกตั้งผู้ปกครองสาวกไว้ในทุกคริสตจักร ได้อธิษฐานและถืออดอาหารฝากสาวกไว้กับองค์พระผู้เป็นเจ้า ที่เขาเชื่อถือนั้น” (กจ.14:23)

ในจดหมายของท่านเปาโลซึ่งมีไปถึงคริสตจักร แห่ง ทิโมธี และคริสตจักร ทิตัส นั้น ท่านทูตเปาโลได้ย้ำเตือนแก่สังฆราชไว้ว่า “อันของประทานซึ่งเป็นพระพรของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในท่านโดยที่ข้าพเจ้าได้เอามือวางบนท่านนั้น ขอเตือนว่าท่านจงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น” (2 ทธ. 1:6) “เหตุที่ข้าพเจ้าได้แต่งตั้งท่านไว้(หัวหน้าผู้ปกครองสงฆ์) ที่เกาะครีตก็เพื่อที่ท่านจะได้แก้ไขสิ่งที่ยังบกพร่องให้เรียบร้อย และแต่งตั้งสงฆ์ไว้ทุกเมือง ดังที่ข้าพเจ้าได้กำชับท่านไว้” (ทต.1:5) จดหมายที่มีไปยังทิโมธีนั้น ท่านทูตเปาโลได้กล่าวไว้ว่า “อย่าด่วนอุปสมบทวางมือบนผู้ใด และอย่ามีส่วนร่วมในการกระทำบาปเลย จงรักษาตัวให้บริสุทธิ์” (1 ทธ.5:22) “อย่ายอมรับคำกล่าวหาของสงฆ์ผู้ปกครองคนใด เว้นเสียแต่จะมีพยานสองสามคน” (1 ทธ. 5:19)

จากการส่งบันทึกข้อความจดหมายถึงแต่ละคริสตจักรนั้นเราจะเห็นได้ว่า เหล่าพระสาวกนั้นได้ให้อำนาจ ในการประกอบพิธีอุปสมบทการวางมือแต่งตั้งสงฆ์แก่หัวหน้าสงฆ์(สังฆราช)แต่ละคริสตจักร และสังฆราชในคริสตจักรนั้นสามารถพิจารณาไต่สวนความผิดต่อสงฆ์ในปกครองของคริสตจักของตนเองได้

เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสงฆ์ท่านอัครทูตเปาโลได้เขียนไว้ในจดหมายที่ส่งไปถึง ทิโมธี ว่า “ผู้นำปกครองดูแลสงฆ์นั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีใครติได้ เป็นสามีของหญิงคนเดียว เป็นคนรู้จักประมาณตน มีสติสัมปชัญญะ เป็นคนสง่าเรียบร้อย มีอัชฌาสัยรับแขกดี เหมาะที่จะเป็นครู ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้ แต่เป็นคนสุภาพ ไม่เป็นคนชอบวิวาท ไม่เป็นคนเห็นแก่เงิน ต้องเป็นคนครอบครองบ้านเรือนของตนได้ดี อบรมบุตรธิดาของตนให้อยู่ในโอวาทและมีใจอ่อนน้อม เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไรได้ อย่าให้ผู้ที่กลับใจใหม่ๆ เป็นผู้ปกครองดูแลเกรงว่าเขาอาจจะยโส แล้วจะถูกปรับโทษเหมือนอย่างมารนั้น นอกนั้นเขาจะต้องเป็นที่นับถือของคนภายนอก มิฉะนั้นจะเป็นที่ติเตียนและจะติดบ่วงแร้วของมาร ฝ่ายมัคนายกนั้นก็เช่นเดียวกัน คือต้องเป็นคนเอาการเอางาน ไม่เป็นคนสองลิ้น ไม่ดื่มสุรามึนเมา ไม่เป็นคนโลภมักได้ และเป็นคนยึดมั่นในข้อล้ำลึกแห่งความเชื่อ ด้วยจิสำนึกว่าตนชอบ” (1 ทธ. 3:2-9)

Advertisements

พิธีกรรมศีลเสกเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Unction)

http://havefaithorthodoxy.wordpress.com

HAVE FAITH – ORTHODOXY

พิธีกรรมศีลเสกเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Unction)

พิธีกรรมของศีลเสกเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์นี้ คือการอ่านบทภาวนาอธิษฐานต่อพระเจ้าแก่ผู้ป่วย และเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์นี้แก่พวกเขา เพื่อเป็นการขอพรจากพระจิตเจ้าให้รักษาผู้เจ็บป่วยนี้จากทางร่างกายและทางจิตใจ

พิธีกรรมศีลเสกเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์นี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พิธีกรรมลงสงฆ์ เพราะว่าสำหรับการประกอบพิธีกรรมศีลเสกนี้นั้นคือการรวมพระสงฆ์แห่งคริสตจักรหลายรูปเพื่อร่วมประกอบพิธีกรรม แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆพระสงฆ์เพียงรูปเดียวก็สามารถที่จะประกอบพิธีกรรมได้

ในพิธีกรรมนี้ได้มีการประพฤติปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่ในสมัยเริ่มต้นช่วงเวลาของเหล่าพระสาวกของพระเยซูคริสต์ ที่พวกท่านในช่วงเวลานั้นได้รับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ในการรักษาคนป่วยและคนอ่อนแอจากองค์พระเยซูคริสต์เจ้า “เหล่าพระสาวกของพระเยซูคริสต์เจ้าก็ได้ออกไปเทศนาประกาศเกี่ยวกับพระธรรมวจนะของพระเยซูคริสต์เจ้า และถึงการกลับใจเสียใหม่ และเขาได้ขับผีให้ออกเสียหลายผี และได้เอาน้ำมันศักดิ์สิทธิ์เจิมทาคนเจ็บป่วยหลายคนให้หายโรค” (มก. 6:12-13)

ในทางลักษณะเดียวกันนี้ที่ท่านอัครทูตยากอบได้กล่าวไว้คล้ายๆกันว่า “มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาสงฆ์แห่งคริสตจักรมา และให้ท่านเหล่านั้นสวดอธิษฐานเพื่อเขา และเจิมเขาด้วยน้ำมันเสกในนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า และการสวดอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตและองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้” (ยก. 5:14-15)

เหล่านักบุญอัครทูตไม่มีสักครั้งเดียวที่พวกท่านประกาศเทศนาคำสอนที่มาจากตัวเอง ทุกๆคำสอนที่พวกท่านเทศนาสั่งสอนนั้นล้วนแล้วแต่ได้รับการสั่งสอนมาจากองค์พระเยซูคริสต์เจ้าและจากพระสุรเสียงของพระจิตเจ้าเท่านั้น ท่านอัครทูตเปาโลได้กล่าวว่า “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทราบว่า ข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าได้ประกาศไปแล้วนั้นไม่ใช่ของมนุษย์ เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ได้รับข่าวประเสริฐนั้นจากมนุษย์ไม่มีมนุษย์คนใดสอนข้าพเจ้าแต่ข้าพเจ้าได้รับข่าวประเสริฐนั้น โดยพระเยซูคริสต์ได้ทรงสำแดงแก่ข้าพเจ้า”(กท.1:11-12)

อธิบายเพิ่มเติม: การประกอบพิธีศีลเสกเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์นั้นจะไม่กระทำกับเด็ก เพราะว่าเด็กนั้นยังไม่มีวุฒิภาวะเกี่ยวกับการกระทำบาป

แหล่ง:

http://www.orthodox.or.th

ศาสนจักรออร์โธดอกซ์

Journey to Orthodoxy: Thailand

http://journeytoorthodoxy.com/?s=Thailand

Journey to Orthodoxy: Thailand

นิกายออร์โธด็อกซ์ (Orthodox)

http://havefaithorthodoxy.wordpress.com

HAVE FAITH – ORTHODOXY

นิกายออร์โธด็อกซ์ (Orthodox)

ความเป็นมาสืบย้อนได้ถึงศตวรรษแรกในคริสตศาสนา อันเป็นช่วงระยะเวลาที่จักรวรรดิโรมันถูกแบ่งแยกออกเป็นสองอาณาจักร คือ โรมันตะวันตกมีศูนย์กลางที่กรุงโรม (Rome)ใช้ภาษาละตินเป็นภาษากลาง ส่วนโรมันตะวันออกซึ่งนิยมเรียกกันว่า ไบแซนทีน (Byzantine) มีศูนย์กลางที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) มีสหมิตรที่เป็นแนวร่วมเดียวกัน คือ เมืองอาเล็กซานเดรีย (Alexandria) อันติอ็อค (Antioch) และเยรูซาเล็ม (Jerusalem) ใช้ภาษากรีกเป็นภาษากลางสื่อสาร

แม้นว่ากรุงคอนสแตนติโนเปิล โดยทั่วไปเป็นของพวกเตอร์ก แต่ผู้นับถือนิกายออร์โธด็อกซ์ยังคงมีอยู่บ้าง ส่วนมากแพร่หลายในแถบยุโรปตะวันออกและรัสเซีย ทำให้เกิดนิกายออร์โธด็อกซ์แบบสลาฟ (Slavic Orthodox) และนิกายออร์โธด็อกซ์แบบรัสเซีย (Russia Orthodox) ซึ่งแต่เดิมมาทั้งหมดนี้เคยเป็นแบบนิกายกรีก ออร์โธด็อกซ์ (Greek Orthodox) โดยเฉพาะที่รัสเซียนั้น ศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากอาจเรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรโรมันแห่งที่สาม มีศูนย์กลางที่มอสโคว์ (Moscow) อย่างไรก็ตาม พอสิ้นสุดระบบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช เข้าสู่ยุคการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ความรุ่งเรืองของศาสนาได้ลดลงไปแต่ยังไม่ถึงกับศูนย์สลาย

ปัจจุบันนี้ นิกายออร์โธด็อกซ์มีอิสระภาพในด้านความเชื่อและการปกครองของตนเอง ออร์โธด็อกซ์ส่วนมากอยู่ทางยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย โรมาเนีย ฮังการี โปแลนด์ ยูโกสลาเวีย ฯลฯ

แหล่ง:

http://www.orthodox.or.th

ศาสนจักรออร์โธดอกซ์

Patriarch Kirill blesses construction of new Orthodox Church in Bangkok, Thailand

http://textsorthodoxy.wordpress.com

TEXTS – ORTHODOXY

Patriarch Kirill blesses construction

of new Orthodox Church in Bangkok, Thailand

His Holiness Patriarch Kirill of Moscow and All Russia blessed the construction of a new Orthodox church, dedicated to St Nicholas the Wonderworker, in the capital of Thailand, Bangkok.

The foundation stone of the church will be laid on 20 December 2012.

The resolution, sent by His Holiness to Archimandrite Oleg (Cherepanin), representative of the Russian Orthodox Church in the Kingdom of Thailand, says in particular,

“I give my blessing to the construction of the building of the Church St Nicholas the Wonderworker in Bangkok, Thailand, in accordance with the submitted project. By the intercession of Archbishop Nicholas of Mira in Lycia, the Lord will bless you, clerics, laymen and all those who work at the parishes of the Russian Orthodox Church in Thailand, for this important and good deed.”

The church is planned to be built and consecrated in 2013, website of the Representation of the Russian Orthodox Church in Thailand reports.

Source:

http://journeytoorthodoxy.com

http://journeytoorthodoxy.com/2012/12/patriarch-kirill-blesses-construction-of-new-orthodox-church-in-bangkok/

JOURNEY TO ORTHODOXY

Orthodox Monastery consecrated in Thailand

http://havefaithorthodoxy.wordpress.com

HAVE FAITH – ORTHODOXY

Orthodox Monastery consecrated in Thailand

Source:

http://journeytoorthodoxy.com

http://journeytoorthodoxy.com/2012/02/orthodox-monastery-consecrated-in-thailand/

JOURNEY TO ORTHODOXY

On February 9, 2012, Archbishop Mark of Yegoryevsk, director of the Moscow Patriarchate’s office for institutions abroad, who is on a visit to Thailand, consecrated the church dedicated to the Dormition of the Mother of God at the Monastery of the Dormition in Ratchaburi.

With the blessing of His Holiness Patriarch Kirill of Moscow and All Russia, Fr. Seraphim Raicha of St. Nicholas’s in Bangkok was ordained in the newly-consecrated church as hieromonk to continue his service in Thailand. Present at the service were pilgrims from various parishes in the country, officials of the Russian Embassy in Thailand and the head of the local administration.

His Eminence Mark presented Rev. Danai (Daniel) Vann with a patriarchal award, a golden pectoral cross. The right to wear it was granted to the first Thai Orthodox priest for his zealous work for the good of the Church and the Thai translation of Archpriest Seraphim Slobodskoy’s Bible chairs.

Archbishop Mark also presented Archimandrite Oleg Cherepanin, representative of the Russian Orthodox Church in Thailand, with the Order of St. Innocent of Moscow in acknowledgement of his work for many years for the good of the Church and on the occasion of his 50th birthday.

The previous day, Archbishop Mark held at the monastery an assembly of the clergy, members of the parish councils of Orthodox churches in Thailand and Cambodia, representatives of the Orthodox parish in Laos and the committee of the Orthodox Church Foundation in Thailand. Archimandrite Oleg Cherepanin made a report stating the progress made and existing problems, the main ones being an acute need for purchasing some land for building a church in Bangkok and a shortage of clergy at the acting parishes.

Members of parish councils reported on the life of their communities, describing the special features of each of them. Rev. Danai (Daniel), chairman of the committee of the Orthodox Church Foundation in Thailand, introduced the assembly to the work of the Foundation.

In conclusion, Archbishop Mark addressed the assembly thanking all the participants and stating that some problems will be settled in the course of his visit, while others will be submitted to the consideration of His Holiness Patriarch Kirill of Moscow and All Russia.

He also received each of the monastery brethren in individual audience for a private talk, after which he identified candidates for taking monastic vows and instructed the representative of the Russian Orthodox Church in Thailand to submit an appropriate report to Patriarch Kirill.

In the evening, Archbishop Mark officiated at All-Night Vigil at the monastery’s church of the Dormition. During the service he presented Vladimir Buntilov, assistant to the ROC representative in Thailand and lecturer at the Mahidol University in Bangkok, with a patriarchal award, the Medal of St. Innocent, Metropolitan of Moscow, in recognition of his church work, the website of the Orthodox Church in Thailand has reported.

พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (TNCV) – คัมภีร์ไบเบิล – Holy Bible in Thai (Thailand)

https://www.bible.com/en-GB/bible/179/MAT.1.TNCV

พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (TNCV)

คัมภีร์ไบเบิล – Holy Bible in Thai (Thailand)